Categories
ธุรกิจและการจัดการ

เมเนเจอร์ยุคใหม่เปลี่ยนไป เมื่อแนวคิดแบบโลกเก่าอาจไม่พอให้อยู่รอดได้

วันนี้ผมลองเปลี่ยนมาใช้มือถือในการเขียนบทความ เพราะมี mission ที่อยากจะเขียนบทความให้ได้ทุกวัน ผมพบว่ามันเขียนได้ง่ายมากๆ สำหรับ gutenberg ที่ wordpress พยายามดันให้เป็น text editor หลักของระบบ

บทความนี้ผมเกิดไอเดียระหว่างนั่งรถ และฟัง mission to the moon ไปด้วย สาเหตุเริ่มมาจากเริ่มหาคำตอบหลายๆ อย่างให้กับตัวเอง พยายามจะเปลี่ยนนิสัยให้ทันกับโลกยุคใหม่ รวมไปถึงต้องการเพิ่มทักษะของภาวะผู้นำ และเทคนิคทางด้าน user experience ตามไปด้วย ประเด็นแรกเลยคือ ผมเริ่มสังเกตว่าปัจจุบันไม่ค่อยได้ทำงานในเชิงลึก ซึงเป็นรูแบบของตัว l คือลึกอย่างเดียว แต่ต้องปรับตัวมาเป็นแบบตัว T

สำหรับทักษะแบบ T (รู้ลึกในทักษะของตัวเอง และรู้กว้างในภาพรวมของธุรกิจ) ค่อนข้างมาความสำคัญกับเมเนเจอร์ยุคใหม่ จะมาใช้วิธีเปิดตำราแก้ไขแบบยุคเก่าคงไม่ทันการ

ถ้าอยากรู้ว่าเราจะมีงานทำไปตลอดมั้ยให้ดูว่าเราพยายามจะสร้างคุณค่าอะไรอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่าจนบริษัทต้องร้องขอให้เราอยู่ต่อ แบบนี้ยังไงก็ไม่ตกงาน

จากพี่ท่านหนึ่งที่ผมนับถือในวงการ SEO

ทีนี้ถ้าจะเปลี่ยนวิธีการเป็นแบบใหม่ก็คงหนีไม่พ้นการใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป แล้วความคิดสร้างสรรค์จะมาได้อย่างไร ความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิดเลยถ้ายังยึดวิธีการแบบเดิมๆ ในสายงานของ UX ไอเดียที่เราคิดได้มักจะเป็นไอเดียที่เก่าไปแล้วเสมอ เหมือนกับเวลาเราถามว่าถ้าอยากจะปรับปรุงให้ดีควรทำอย่างไร ถ้าเมื่อก่อนเราคงจะขุดเอาทฤษฎีมาใช้ แต่ยุคนี้ความเชื่อส่วนตัวผมคือ อาจจะไม่พอ หรือไม่สำเร็จแบบเมื่อก่อนแล้วก็ได้

ผมกับทีมเคยทดลองว่าเราจะสร้างไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างไร คำตอบที่หลายๆ ครั้งค่อนข้างหน้าทึ่ง เพราะ เราเขียนเป็นไอเดียออกมาได้เป็นร้อยไอเดีย

ปัญหาต่อมาคือ ไอเดียจะถูกนำไปใช้ได้มั้ยหลักๆ เรามักจะให้ค่ากับคำที่ได้เงินเดือนสูงสุดในโต๊ะเป็นคนเลือก เมเนเจอร์ก็ต้องเอาใจเจ้านาย บางทีไอเดียนั้นก็อาจจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีที่สุด แต่ทำไปเพราะนายชอบ

สิ่งนี้อาจทำให้ไฟในทีมมอดลงได้ เมเนเจอร์ก็ควรปรับตัวและแสดงศักยภาพของทีมออกมาให้มากที่สุด การพลักดันทีมถือเป็นหน้าที่ของเมเนเจอร์ยุคใหม่มากกว่า การคอยตรวจงานให้ตรงตามสิ่งที่ทำตามๆ กันมา

ในบรรดาโค้ชทางด้านการบริหารธุรกิจ มักจะมีคำพูดอยู่ในทำนองว่า ต้องเป็นคนแรกที่ทำ ถ้าไม่ใช่คนแรกก็ต้องแตกต่าง ถึงจะแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ ที่สามารถโดน disrupt ได้ตลอดเวลา

มาถึงตรงนี้ เมเนเจอร์อาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในสายงานแล้ว แต่ต้องเป็นคนที่รู้กว่า ปรับตัว ยอมทิ้งเปลือกเมื่อต้องพูดคุยในไอเดียเพื่อให้บริษัทอยู่รอด เพราะถ้ายังยึดกับค่าประสบการณ์เก่าๆ การจะแข่งขันให้รอดคงยาก และร้ายที่สุดอาจถึงขั้นยุบทีม

เมเนเจอร์ควรเป็นเหมือนหินลับมีด ที่พยายามทำให้ทีมคมที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไปด้วยกัน มากกว่าจะเป็น micro manage ลองดูว่าทีมจะอึดอัดแค่ไหนถ้าไม่สามารถมีอิสระในการทำงานได้ การคิดให้ ก็เหมือนจะดี แต่ทีมก็โตช้า ลองเปลี่ยนเป็นมองภาพกว้าง แล้วให้ทีมไปถึงจุดหมายด้วยเค้าเองดีกว่าครับ

Categories
ทำเว็บ

รับทำ seo แบบไหนนะที่น่าจ้างมาทำ แบบไหนควรเลี่ยง

การทำ SEO มีมานานมาก พร้อมๆ กับการเติบโตของ Google เลย สำหรับคนใหม่ที่สงสัยว่า SEO คืออะไรผมขอสรุปสั้นๆ นะครับ

SEO คืออะไร ทำไมมีคนมารับทำ SEO เยอะจังเลย

SEO เป็นการปรับเว็บไซต์ของเราให้ลูกค้า หรือผู้ใช้เจอเว็บไซต์เรา ในคำที่เค้าอยากค้นหา เช่น ถ้าผู้ใช้งาน หรือลูกค้า พิมพ์ว่า รับทำเว็บ แล้วธุรกิจผมคือรับทำเว็บอยู่แล้ว ก็ต้องการให้อันดับแรกๆ เป็นเว็บของผม เพื่อให้ลูกค้าเจอเราบน Google นั่นเองครับ

รับทำ SEO แบบไหนที่ควรจ้าง
ผมชอบ gif นี้มากเลย ไม่ทำ SEO ไม่เจอบน Google นะเจอ เดี๋ยวเฉลยให้ว่าทำยังไง

ถ้าทำเว็บแต่ไม่ทำ SEO บอกเลยพลาดมาก ผมอยากให้ย้อนไปดูว่า เราต้องใช้งบเท่าไหร่ในการทำเว็บขึ้นมา จากบทความนี้เลยครับ ทำเว็บไซต์เอาไว้ยิงแอดต้องใช้งบเท่าไหร่

ปกติถ้าเว็บเราอยู่อันดับ 1 จะมีอัตราการกดเข้าไปดูสูงถึง 30.8% (CTR) หมายความว่า ถ้ามี 100 คนเห็น จะมี 38 คนที่กดเข้าไปดูเว็บเรา ผมว่าเยอะมากๆ นะ ขอย้ำอีกทีว่า ฟรี เพราะเราไม่ต้องเสียเงินลงโฆษณาด้วยวิธีการทำ SEO

อ้างอิงบทความ: Here’s What We Learned About Organic Click Through Rate

แล้วฉันอยากจะจ้างคนทำ SEO ล่ะต้องเตรียมตัวอย่างไร

ไม่ต้องคิดเยอะครับ เตรียมข้อมูลตามนี้ได้เลย

  • เว็บไซต์ที่ทำเสร็จแล้ว
  • ปรับแต่งเว็บให้รองรับมือถือ
  • เอาไอเดียคร่าวๆ ไปคุยกับคนรับทำ SEO ว่าลูกค้าคือกลุ่มไหน อะไรคือสินค้าหรือบริการที่เราจะขาย
  • สอบถามวิธีการกับคนรับทำ SEO ว่าทำแบบไหน ซึ่งวิธีการทำจะมี 2 แบบใหญ่ๆ คือ
    • การปรับ Onpage หรือเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์
    • การเสริม Offpage หรือการหาลิงค์มายังเว็บไซต์เรา

เราได้ไอเดียคร่าวๆ หรือยังครับว่า ถ้าจะจ้างต้องรู้อะไรบ้าง ที่นี้เรื่องสำคัญเลยคือราคา

รับทำ SEO เค้าคิดราคากันยังไง

ส่วนตัวผมไม่ค่อยเชียร์ให้จ้างเท่าไหร่ เพราะธุรกิจแต่ละตัวก็มีความยากง่ายในการทำ SEO ที่ต่างกัน ซึ่งผมอยากให้เช็คก่อนครับ จากบทความเรื่อง ขายออนไลน์อะไรดี บทความนี้ผมจะสอนเรื่องการใช้ Google trend วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าว่าเค้าค้นหาอะไร

สรุปกันก่อนจบนะครับ การทำ SEO เป็นช่องทางดึงลูกค้ามาที่เว็บไซต์เรา ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งนะครับในการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งยังมีการทำการตลาดออนไลน์อีกหลายอย่าง อย่าลืมศึกษากันเพิ่มเติมอยู่ตลอดนะครับ

Categories
ขายของออนไลน์

ขายอาหารออนไลน์ ผมลุยมาแล้ว โคตรเวิร์ค กับ 8 วิธีที่ทำตามได้เลย

จั่วมาแบบนี้ ผมเองก็เคยลุยเปิดร้านมากับเค้าเหมือนกันนะครับผม เป็นร้านของหวานขายเครื่องดื่ม บิงซู ฮันนี่ โทสต์ ที่มาเปิดก็เพราะแฟนอยากออกมาทำกิจการของตัวเอง

ขายอาหารออนไลน์ ต้องใช้ delivery นะ ถึงจะมีหน้าร้านเพิ่มฟรีๆ
ร้านผมอยู่ได้เพราะ Grab จริงๆ ฮา เพราะ ร้านไม่ได้อยู่ทำเลทอง เลยเอาออนไลน์นี้ล่ะมาสู้

ขายอาหารออนไลน์ ทำยังไงกันนะ

ผมสรุปให้เลย จริงๆ ไม่ยาก ออกจะง่ายเสียด้วยซ้ำ เพราะของกิน แค่รูปสวยก็ชนะเลิศแล้วครับ จริงมั้ยดูรูปนี้

ผมกินทุเรียนเป็นว่าเล่นเลยช่วงนั้น เรียกได้ว่า ต้องจองคิวไม่งั้นอดกิน

เคสตัวอย่าง ทำยังไงผมถึงขายบิงซูทุเรียนได้โดยไม่ต้องมีของเหลือเยอะ

บิงซูตอนนั้นฮิตมากครับ ร้านผมอยู่ได้ไม่นานก็ฝันสลายเพราะสเวนเซ่น มาขายเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่า มาดูเคสนี้ของร้านผมดีกว่า ผมสรุปขั้นตอนดังนี้นะครับ

  1. ดูความต้องการของตลาดก่อน วิธีนี้ผมได้สอนไปบทความก่อนหน้า ลองดูบทความนี้นะครับ ขายอะไรดีที่บ้านนอก จะสอนการใช้เครื่องมือสำหรับการสำรวจความต้องการ
  2. ถ่ายรูปอาหารตัวอย่าง อันนี้อาจต้องลงทุนทำอาหารขึ้นมาก่อน ถือว่าซ้อมมือ จะได้สวยๆ เวลาขายจริง
  3. ทำโปรโมชั่น ตอนนั้นผมให้ส่วนลด เมนูนี้ คนเลยมากินกันเยอะเลย
  4. ให้ลูกค้ามาช่วยรีวิว ถ่ายรูปลงเพจ แบบนี้คนจะได้ความเชื่อถือครับ เพราะมีคนอื่นมากินก่อนแล้ว
  5. ตอบแชต หรือรับสายให้เร็ว จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้
  6. ลงโปรโมทผ่าน Facebook ให้คนบริเวณใกล้ๆ เห็น
  7. เอาร้านเราเข้า Grab หรือ delivery เจ้าอื่นๆ
  8. ลง Google mybusiness ร้าน ยกตัวอย่าง ถ้าคนพิมพ์ ร้านบิงซู ใกล้ฉัน ก็ควรจะเจอร้านเราก่อน

ง่ายมั้ยครับแค่ 8 ขั้นตอนเอง ในรายละเอียดลึกๆ มาติดตามกันที่เว็บนะครับผมจะทะยอยเขียนขั้นตอนแบบละเอียด หรือใครอยากจะปรึกษาก็คอมเมนต์ไว้ได้เลยครับผมจะเข้ามาตอบให้

ผมกับแฟนแต่งร้านกันเองเลยนะ กราฟิกต่างๆ ผมทำเอง คิดแล้วก็เสียดาย

สุดท้ายผมฝากโปรโมทธุรกิจของผมสักเล็กน้อย ตอนนี้ผมรับให้คำปรึกษาในการออกแบบเว็บไซต์ และการโปรโมทร้านอาหารออนไลน์ ถ้าสนใจส่งอีเมลมาได้ที่ nuttadechnd@gmail.com หรือที่เบอร์ผม 0629983963 ได้เลยครับ ให้คำปรึกษาฟรี

Categories
ขายของออนไลน์

ขายอะไรดี ที่บ้านนอก ตามสไตล์คนขายของออนไลน์

ไอเดียนี้เหมาะกับคนชอบลุยๆ หน่อยนะครับ ถ้าขายอะไรดีที่บ้านนอก ผมเล็งๆ เอาไว้ว่า ถ้าชีวิตนี้ต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ผมจะเปิดร้านขายอุปกรณ์ภายในบ้านแน่นอน

จริงๆ ขายอะไรก็ได้นะครับ ถ้าจะให้ตอบว่าขายอะไรดี ที่บ้านนอก ผมอยากให้ลองสำรวจก่อนว่า ท้องที่ ที่เราอาศัยอยู่ส่วนมากเป็นคนแบบไหน ผมเป็นคนชอบไปตลาดนัด หลังๆ จะไปซื้อแต่ของกิน ก็พบว่าตลาดนัดเป็นแหล่งละลายเงินชั้นดี ถ้ามี 500 บาท ผมว่า ผมต้องเหลือเงินกลับมา 1 บาทแน่ๆ ฮา

ที่บ้านนอกของผม ไม่รู้ที่อื่นเป็นมั้ย จะมีกลุ่มที่มีรายได้มั่นคงหน่อย กับคนที่ทำงานโรงงาน หลังๆ ปิดตัวไปเยอะ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ยังเป็นกลุ่มหลัก มาลองดูกันมั้ยครับว่า ของใช้ในบ้าน ส่วนมากอยู่ที่ไหนกันบ้าง

ก่อนจะไปเรื่องขายอะไรดี ที่บ้านนอก มาเช็คคำค้นหากันก่อนนะครับ

ของใช้ในบ้าน มีการค้นหาประมาณ 10,360 ต่อเดือน

ผมถือว่ามีการค้นหาที่สูงนะครับ แสดงว่ามีคนสนในของใช้ในบ้านกันเยอะ

โอ้ว ผมเจอแล้ว มีการคนหาที่ชลบุรีเยอะกว่า กรุงเทพฯ ถ้าเราอยากรู้ว่าอะไรน่าขายในท้องที่ของตัวเองจะลองไปใช้เครื่องนี้แบบผมใช้ก็ได้นะครับ

https://trends.google.co.th/trends/?geo=TH

กดที่ลิงค์ไปได้เลยครับ วิธีการใช้งานตามนี้เลยนะครับ

  1. พิมพ์คำค้นหาลงไป
  2. เลือกเป็นประเทศไทย
  3. กำหนดช่วงเวลาที่ต้องการดูเทรน
  4. เลื่อนมาดูที่ส่วนของภูมิประเทศ

ง่ายมั้ยครับ คนยุคนี้ส่วนมากติดมือถือมาก และส่วนใหญ่ก็มี google play หรือไม่ก็ต้องมี google map ทุกครั้งที่เราใช้ Map จะมีการส่งข้อมูลไปที่ google เพื่อระบุที่ตั้งของเรา ส่วน Chrome สังเกตดีๆ มันจะบอกที่ตั้งปัจจุบันของเราด้วยว่าค้นหาจากที่ไหน

การเอา Google trend มาช่วย เท่ากับว่าเรารู้แล้วว่า ที่เราอยู่อะไรน่าขาย ผมว่าความน่าสนใจของการเอาของมาวางขายคือ มันสามารถขายเยอะๆ ได้ มากกว่าออนไลน์ เพราะ เวลาเราเห็นของจริง ต้อมความอยากมันทำงาน เราจะอยากจ่ายเงินง่ายขึ้น

สำหรับคำแนะนำนี้ ยังเอาไปประยุกต์กับการขายของกินได้ด้วยนะ ลองเอาไปทำตามนี้กันนะครับ สวัสดีทุกท่านขอให้ขายดีนะครับ ใครลองแล้วติดตรงไหนก็คอมเมนท์คำถามด้านล่างได้เลยครับ

Categories
ทำเว็บ

วิธีทําเว็บไซต์ ยากมั้ย จะทำเว็บไว้ยิงแอด ต้องใช้งบเท่าไหร่

โคตรง่ายเลยครับ ถ้าอยากได้วิธีทำเว็บไซต์ ยิ่งอยากเอาไว้ยิงแอดนะ หวานหมูเลยครับ และบางทีอาจจะไม่ต้องใชเงินด้วยซ้ำ

นั่นคือความในใจผมเลยนะ ถ้าถามผมด้วยคำถามเดียวกันเมื่อ 8 ปีที่แล้วนะ ผมจะตอบว่า พี่อย่าทำเลย โคตรยาก และแพงด้วยนะ ตอนนั้นผมรับทำเว็บราคาเริ่มต้น 30,000 บาทเลย เพราะตอนนั้นไม่มีเครื่องมืออะไรเลยครับ ต้องออกแบบผ่าน Photoshop ก่อน เอามาตัดภาพทีละชิ้น แล้วประกอบขึ้นเป็นเว็บ เขียนภาษา HTML และส่งมอบให้พี่โปรแกรมเมอร์ช่วยเขียน คิดดูสิขั้นตอนเยอะขนาดนี้ ทำไมราคาถึงจะไม่แพงล่ะครับจริงมั้ย

แล้วตอนนี้ สร้างเว็บต้องใช้เงินเท่าไหร่

ถ้าให้ผมตีราคา ก็ 1,000 ไปจนถึงหลักล้านบาท ถ้าให้ผมจำแนกราคาต่างๆ จะได้เว็บแบบไหน ขอสรุปดังนี้ครับ

  • ราคา 1,000 บาท จดโดเมน 350 บาท โฮสติ้ง 250 บาท ต่อเดือน ที่เหลือต้องทำเองทั้งหมด แนะนำอ่านบทความนี้ครับ สอนทำเว็บเค้าสอนอะไรกัน
  • ราคา 9,000 – 15,000 บาท เว็บง่ายๆ ไม่มีระบบซับซ้อน มีดีไซน์ตามต้องการ เช่นเว็บบทความ เว็บข้อมูลบริษัท
  • ราคา 30,000 บาทขึ้นไป ทำเว็บที่มีระบบซับซ้อนขึ้น และต้องสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งระบบมีระยะเวลาทำที่นาน เช่นเว็บขายของออนไลน์ ที่มีสินค้าไม่เยอะมาก
  • ราคาหลักแสน ถึงล้าน สำหรับเว็บระบบใหญ่มีระบบสมาชิก และรองรับข้อมูลจำนวนมาก ยิ่งต้องรองรับคนมาก ยิ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงครับ

วิธีทำเว็บไซต์ เค้าทำกันยังไง ถ้ามือใหม่ต้องทำอย่างไร

การทำเว็บไซต์ ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ครับ ถ้าเราบอกว่าอยากได้เว็บง่ายๆ ก็ต้องระบุให้ได้ว่า ง่ายๆ คืออะไร คนซื้อซื้อของง่าย หรือเราเองเข้ามาแก้ไขได้ง่ายที่เหลือก็เรียนรู้ครับ เริ่มจากสิ่งที่เราชอบก่อน เช่นถ้าเราชอบการออกแบบ ก็เริ่มจากดูงานเว็บที่สวยๆ ว่าเค้าออกแบบยังไง แล้วลองมาออกแบบตาม หรือถ้าชอบเขียนก็ลองดูวิธีการเขียนครับ แล้วใช้เว็บ blog เพื่อลงบทความ แค่นี้เองเห็นมั้ยครับ ไม่ได้เริ่มต้นยากเลย

แล้วถ้าเอาไว้แค่ยิงแอดล่ะ ต้องใช้งบเท่าไหร่

คนขายของออนไลน์ ถ้าเริ่มต้นผมแนะนำ ให้ใช้ WordPress ทำ Salepage เอาไว้ขายสินค้า ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากครับ แต่ต้องเข้าใจการติดตั้งเครื่องมือของ Facebook pixel และ Google Tag เรียนรู้ได้ไม่ยากครับ เตรียมงบไว้ไม่เกิน 5พันบาท เพราะอาจจะต้องมีจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยติดตั้งให้ แต่ถ้าทำเองก็จะประหยัดไปได้เยอะครับ

ขอให้สนุกกับการทำเว็บครับ ถ้าสงสัยตรงไหนพิมพ์ถามที่คอมเมนท์ได้เลยครับ

Categories
ทำเว็บ

สอนทำเว็บ เค้าสอนอะไรกัน แล้วจำเป็นต้องเรียนมั้ย?

บทความนี้เขียนปี 2019 นะครับ โค้ชที่สอนการตลาดออนไลน์ แนะนำกันเยอะมากว่า คุณต้องมีเว็บไซต์ เว็บไซต์เหมือนบ้าน และอีกหลายๆ เหตุผล หลายคนเหงื่อตกเลย อะไรนะเราทำเพจก็ขายของได้แล้ว วันนี้ต้องมาทำเว็บ แล้วฉันจะทำอย่างไรละเนี่ย เว็บไซต์ดูเป็นของไกลตัว

สอนทำเว็บ จริงๆ แล้วเค้าสอนอะไร

คอร์สต่างๆ ส่วนมากจะสอนทำเว็บ ตั้งแต่การติดตั้ง จนสามารถปรับแต่งเว็บของตัวเองได้ ส่วนมากจะสอนทำเว็บด้วย WordPress

ทำไมทำเว็บไซต์ต้องทำด้วย WordPress

wordpress เป็นเว็บที่ใช้งานง่ายๆ สามารถดัดแปลงให้เป็นเว็บไซต์ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เขียนเรื่องราว จนถึงสามารถทำเป็นเว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้เลย แต่ข้อดีที่สุดคือ WordPress ทำให้มีอันดับที่ดีบนหน้าค้นหาของ Google

ในภาษาทางการหน่อย จะบอกว่า wordpress ทำ SEO ดีมาก แต่ช้าก่อน ถ้าคุณไม่มีความรู้ด้านการทำเว็บมาก่อน อ่านเรื่องนี้ก่อนนะครับว่า DPI คืออะไร บทความนี้ผมอธิบายไว้เรื่องของ DPI ที่คุณต้องรู้ก่อนทำภาพมาใช้บนเว็บไซต์ ถ้าเว็บของคุณช้า สาเหตุก็มาจากรูปนี้ล่ะครับที่อาจใหญ่เกินไป

อยากเรียนทำเว็บ WordPress ต้องทำอย่างไร

ใน Google ถ้าเราพิมพ์ค้นหาจะพบว่ามีคนสอนทำเว็บด้วย Wodpress เยอะมาก ซึ่งถ้าเราเป็นมือใหม่อาจจะงงไปเลยว่า แล้วฉันต้องเริ่มอย่างไร ผมเขียนลำดับการเรียน WordPress เอาไว้ดังนี้ครับ

  1. เรียนรู้การจดโดเมน และการสั่งซื้อโฮสติ้งสำหรับเว็บ WordPress
  2. เรียนรู้การติดตั้ง WordPress
  3. เรียนรู้การใช้งาน WordPress
    1. การตั้งค่าชื่อเว็บไซต์
    2. การตั้งค่าภาษาของเว็บไซต์
    3. การติดตั้งธีม
    4. การติดตั้งปลั๊กอิน
    5. การลงบทความ
    6. การเพิ่มรูป
  4. การปรับแต่งทางด้าน SEO
    1. การเขียนบทความให้ถูกต้องตามหลัก SEO
    2. การวิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์ ให้ google ชอบ
    3. การทำลิงค์ใน/นอกเว็บไซต์
  5. การปรับแต่งความเร็วของเว็บไซต์

อยากเริ่มแล้ว แต่ไม่มีพื้นฐานทำได้มั้ย

ทำได้ครับ WordPress ออกแบบมาให้คนที่ไม่เชี่ยวชาญทางด้านการทำเว็บสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ และมีคู่มือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ หรือถ้าติดปัญหาจริงๆ ก็สามารถสอบถามมาที่เราได้เลย

Categories
กราฟิกดีไซน์

dpi คืออะไร ทำไมกราฟฟิกดีไซเนอร์ถึงให้ความสำคัญมาก

สวัสดีครับ บทความนี้เป็นบทความแรกที่ทีมงานเลือกเขียนเป็นบทความแรก สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจการนำกราฟิกมาใช้งาน dpi ถือเป็นเรื่องที่สำคุญมาก เพราะ ส่งผลต่อคุณภาพของการแสดงผลบนหน้าจออุปกรณ์ในงานดิจิตอล

dpi คืออะไร สรุปสั้นๆ ไม่ต้องอ่านทั้งบทความ

dpi คือ หน่วยที่บอกการแสดงผลของจำนวนจุดว่าใน 1 ตารางนิ้ว จะมีจุดของ pixel กี่จุด เช่น 300 dpi ก็หมายถึงมี 300 * 300 จุดต่อ 1 ตารางนิ้ว ยิ่งมี dpi ที่สูงเท่าไหร่ ย่อมมีความละเอียดสูงมาก สังเกตพวกเกมส์ต่างๆ จะมี dpi สูง เวลาเล่นเราถึงเพลินตามากๆ

กราฟิกดีไซน์เนอร์ต้องตั้งค่า dpi ให้เหมาะสมกับงาน

ถ้าตั้งผิดชีวิตเปลี่ยน เพราะเครื่องจะช้า ค้างและโปรแกรมปิดตัว

แล้วทำไมต้องมีการตั้งค่า dpi ให้ต่างกัน มาดูกันว่า dpi ที่เหมาะสมกับงานแต่ละประเภทต้องตั้งค่ายังไงบ้าง

งานทางด้าน UI หรือการแสดงผลบนหน้าจอคอมหรือแลบทอป นิยมตั้งค่ายังไง

สำหรับคนที่เป็นนักออกแบบเว็บ ถ้าต้องออกแบบด้วยโปรแกรม Photoshop ควรตั้งค่าที่ 72 dpi

ความเร็วของเว็บมีผลมาก ไม่จำเป็นต้องตั้งให้มีความละเอียดสูงแค่ 72dpi ก็พอแล้ว

ถ้าต้องทำแพคเกจล่ะ ควรตั้ง dpi ที่เท่าไหร่

เดี๋ยวนี้ โรงพิมพ์เริ่มมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก เราตั้งค่าแค่ 150dpi ก็ได้งานพิมพ์ที่ออกมาคมแล้วล่ะครับ แต่ถ้าต้องการงานเนี๊ยบมากๆ จะตั้งเป็น 300dpi ไปเลยก็ได้ครับ แต่ควรออกแบบผ่านโปรแกรมที่รองรับภาพชนิดเว็กเตอร์ (Vector) นะครับ

สรุป dpi ควรใช้อย่างไร

ให้จำไว้เลยนะครับ ถ้าต้องใช้สำหรับเว็บไซต์หรือทำ Application หรือทำงานผ่านจอทั้งหมด 72dpi ก็เพียงพอ

แต่ถ้าต้องออกแบบสำหรับงานพิมพ์ 150-300dpi และควรออกแบบจากโปรแกรมที่ทำรูปเว็กเตอร์ได้

เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องค้าง หรือโปรแกรม error ระหว่างทำงานแล้วล่ะครับ ไว้พบกันบทความหน้านะครับ